Skip to main content

[As Seen on Brand Age] ‘ChopValue’ บริษัทที่ชุบชีวิตตะเกียบใช้แล้ว กว่า 283 ล้านแท่งให้กลายเป็นของใช้สไตล์มินิมอล ไอเดียดีจนญี่ปุ่นเลิกมองตะเกียบเป็นขยะ!

[As Seen on Brand Age] ‘ChopValue’ บริษัทที่ชุบชีวิตตะเกียบใช้แล้ว กว่า 283 ล้านแท่งให้กลายเป็นของใช้สไตล์มินิมอล ไอเดียดีจนญี่ปุ่นเลิกมองตะเกียบเป็นขยะ!

 

Here's the original article

บนโต๊ะอาหารทั่วโลก มีตะเกียบไม้ไผ่แบบใช้ครั้งเดียวถูกทิ้งปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะในเอเชียที่ตะเกียบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะมากับข้าวกล่อง อาหารเดลิเวอรี หรือตามร้านอาหารต่าง ๆ ซึ่งตะเกียบเหล่านี้มักมีอายุการใช้งานเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะถูกโยนลงถังขยะทันที
 
สำหรับคนส่วนใหญ่ ตะเกียบไม้ไผ่เป็นเพียงเศษไม้ชิ้นเล็ก ๆ ที่หมดประโยชน์ แต่สำหรับ ChopValue’บริษัทด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนจากแคนาดา ตะเกียบใช้แล้ว “ไม่ใช่ขยะ” แต่เป็นทรัพยากรที่ยังมีมูลค่าซ่อนอยู่ พวกเขาจึงเดินหน้าเพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ตะเกียบที่ถูกทิ้งสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นสินค้าสุดพรีเมียมที่ใช้งานได้จริงเหมือนกัน!
 
โดย ChopValue จะรวบรวมตะเกียบจากร้านอาหาร แล้วนำไปผ่านการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และอัดขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ จนกลายเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง จากนั้นนำไปแปรรูปต่อเป็นโต๊ะ เคาน์เตอร์ ชั้นวางของ รวมถึงของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่รองแก้ว แท่นวางโน้ตบุ๊ก หรือจะสั่งทำเป็นของใช้อื่น ๆ ก็ได้

 

 

พูดง่าย ๆ ก็คือ ตะเกียบที่เคยถูกใช้คีบซูชิเพียงมื้อเดียว ChopValue ทำให้มันกลายเป็นโต๊ะประชุมที่ใช้งานได้อีกหลายปี ซึ่งตอนนี้บริษัทนำขยะตะเกียบมาแปรรูปแล้วราว 283.7 ล้านแท่ง! เทียบเท่ากับลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกกว่า 13,813,500 กิโลกรัมคาร์บอนฯ

แน่นอนว่าสินค้าที่ถูก Upcycling จากตะเกียบ จะถูกวางจำหน่ายบนเว็บไซต์ของ ChopValue โดยร้านค้าที่มอบขยะตะเกียบให้ ChopValue จะได้รับข้อมูลวัดผลด้านสิ่งแวดล้อม ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ธุรกิจให้ดูเป็นมิตรกับโลกมากขึ้น วิน ๆ กันทั้งคู่

 

 

นี่คือแนวคิดของการทำ Circular Economy ของ ChopValue ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การลดขยะ แต่เป็นการสร้างวงจรใหม่ให้ทรัพยากรกลับมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบัน ChopValue มีเครือข่ายโรงงานขนาดย่อม (Microfactory) กระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก โดยแต่ละแห่งทำหน้าที่รวบรวมและแปรรูปวัสดุภายในพื้นที่ของตัวเอง ช่วยลดการขนส่งระยะไกล และทำให้การจัดการทรัพยากรเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง
 
หนึ่งในเคสล่าสุดที่สะท้อนความสำเร็จของโมเดลนี้ คือที่เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น
 
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ตะเกียบแบบใช้ครั้งเดียวมากที่สุดในโลก ซึ่งสำหรับญี่ปุ่นแล้ว ตะเกียบใช้แล้วถูกบังคับจัดเป็น “ขยะ” ตามกฎหมาย ทำให้การรวบรวมและนำกลับมาใช้ใหม่มีข้อจำกัดมากมาย แต่หลังจาก ChopValue เข้าไปร่วมศึกษากับภาครัฐ เมืองคาวาซากิได้ตัดสินใจเปลี่ยนสถานะของตะเกียบไม้ไผ่ใช้แล้วที่เข้าสู่กระบวนการ แปลงโฉมขยะเศษไม้ให้กลายเป็นวัสดุมีมูลค่าอย่างเป็นทางการ
 
แม้จะดูเป็นเพียงการเปลี่ยนคำจำกัดความทางกฎหมาย แต่นี่คือสัญญาณที่สะท้อนว่าโมเดลธุรกิจของ ChopValue ได้รับการยอมรับแล้วหนึ่งสเต็ป จากเดิมที่มองว่านี่คือของเสียที่ต้องกำจัด สู่วัตถุดิบที่สามารถสร้างมูลค่าใหม่ได้

 

 

มากไปกว่านั้น เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกด้วยว่า ในนิยามของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นธุรกิจที่สร้างยอดขายได้ถล่มทลายเสมอไป แต่คือธุรกิจที่มองเห็นคุณค่าในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม ที่อาจเริ่มต้นจากการหยิบ “ตะเกียบใช้แล้ว” ขึ้นมามองใหม่ แล้วมองว่ามันยังเป็นอะไรได้อีกบ้าง

Your Cart

Your cart is currently empty.
Click here to continue shopping.
Thanks for contacting us! We'll get back to you shortly. Thanks for subscribing Thanks! We will notify you when it becomes available! The max number of items have already been added There is only one item left to add to the cart There are only [num_items] items left to add to the cart